นิทานพื้นบ้านไทยเรื่อง ดาวลูกไก่ที่ชายป่าแห่งหนึ่ง ไม่ไกลจากเชิงเขา ตา การแปล - นิทานพื้นบ้านไทยเรื่อง ดาวลูกไก่ที่ชายป่าแห่งหนึ่ง ไม่ไกลจากเชิงเขา ตา ไทย วิธีการพูด

นิทานพื้นบ้านไทยเรื่อง ดาวลูกไก่ที่

นิทานพื้นบ้านไทย
เรื่อง ดาวลูกไก่
ที่ชายป่าแห่งหนึ่ง ไม่ไกลจากเชิงเขา ตากับยายปลูกกระท่อมอาศัยอยู่กันตามลำพัง มีอาชีพเก็บผักและของป่าไปขายพอเลี้ยงชีพได้ ตากับยายเลี้ยงไก่ไว้ตัวหนึ่ง ต่อมาแม่ไก่ออกไข่และฟักออกมาเป็นลุกน้อยๆ น่ารักถึงเจ็ดตัว ทุกเช้าแม่ไก่จะร้องกุ๊กๆ เรียกลูกออกไปหากิน สอนให้คุ้ยเขี่ยอาหารและแมลงเล็กๆ ตามพื้นดิน บางวันยายก็จะโปรยข้าวสุกเหลือๆ จากก้นหม้อให้กินด้วย แม่ไก่กับลูกๆทั้งเจ็ดมีความสุขมาก และรู้สึกกตัญญูต่อตายายที่เลี้ยงดูพวกตนอย่างเมตตา ส่วนตากับยายนั้นก็เฝ้าดูแม่ไก่และลูกเจี๊ยบน้อยที่คลอเคลียตามแม่ไม่ยอมห่างด้วยความเอ็นดู


ยายตั้งชื่อลูกเจี๊ยบตัวเล็กที่สุดว่า เจ้า "จิ๋ว"
"ดูเจ้าจิ๋วสิตา ท่าทางมันขี้อ้อนแม่มันน่าดู" ยายพูด
วันหนึ่งขณะที่แม่ไก่พาลูกๆ คุ้ยเขี่ยหากินอยู่ที่ลานดินหน้ากระท่อม แม่ไก่รู้สึกมีเงาดำทะมึนแผ่กว้างอยู่บนฟ้า แม่ไก่ตกใจรีบส่งเสียงเรียกลูกมาใกล้ๆ แต่ลูกๆ ก็ไม่ได้ยิน แม่ไก่แหงนหน้าขึ้นมองก็เห็นเหยี่ยวตัวใหญ่กำลังถลาร่อนลงมาจะโฉบเอาเจ้าจิ๋วลูกรัก
"โอ..แย่แล้ว...กุ๊กๆๆ เจ้าจิ๋วลูกรักวิ่งหนีไปเร็ๆ ลูกๆ วิ่งเร็วๆ" แม่วิ่งผวาไปหาลูก แล้วกางปีกป้องกันลูกรัก เรียกลูกมาซุกใต้ปีกของตัวแล้วพาวิ่งไปหมอบที่กอไผ่อย่างรวดเร็ว ตากับยายได้ยินเสียงลูกไก่ร้องจึงรีบวิ่งออกมาช่วยไล่เหยี่ยวบินหนีไป แม่ไก่และลูกๆ จึงปลอดภัยและยิ่งรักตากับยายมากขึ้น







เย็นวันหนึ่งมีพระธุดงค์มาปักกลดอยู่ริมเชิงเขา ตากับยายจึงเข้าไปนมัสการ และตั้งใจว่าจะทำอาหารไปถวายพรุ่งนี้ แต่เมื่อค้นดูเสบียงอาหาร ในครัวก็ไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย ตากับยายสงสารพระมากเกรงว่าจะอดอาหาร เพราะในละแวกนี้มีบ้านของตนเพียงหลังเดียว จึงปรึกษากันว่าอาจจะต้องฆ่าแม่ไก่แล้วทำอาหารถวายพระ ทั้งตาและยายรู้สึกเศร้าใจมากด้วยความรักและสงสารแม่ไก่และลูกเจี๊ยบต้องกลายเป็นลูกไก่กำพร้า บังเอิญแม่ไก่แอบได้ยินตากับยายปรึกษากัน จึงตัดสินใจยอมสละชีวิตเพื่อตอบแทนบุญคุณของตากับยาย แม่ไก่เรียกลูกๆ มาเล่าเรื่องให้ฟัง และสั่งสอนให้รักกันอย่าทะเลาะกัน เจ้าจิ๋วลูกสุดท้องอย่ากวนใจพี่มากนัก อย่าขี้อ้อนงอแง
"จำไว้นะลูกๆ ต้องรักกัน สามัคคีกัน อย่าทำให้ตากับยายร้อนใจ

"ฮือๆ หนูจะอยู่กับแม่ หนูคิดถึงแม่ แม่อย่าทิ้งลูกๆไปนะจ๊ะ" ลูกไก่ร้องไห้รำพันอย่างน่าสงสาร ทุกตัวต่างกอดซุกอยู่กับอกแม่เป็นครั้งสุดท้าย
เช้ามืดวันรุ่งขึ้น เมื่อตากับยายก่อไฟเตรียมประกอบอาหาร ทันใดนั้นตากับยายก็ต้องตกตะลึงจนร้องไม่ออก เมื่อเห็นลูกไก่ทั้งเจ็ดตัววิ่งตามกันกระโดดเข้ากองไฟด้วยความรักแม่ไก่







เทวดานางฟ้าผู้พิทักษ์ความดี ต่างก็ซาบซึ้งในความกตัญญูของแม่ไก่และลูกไก่ จึงรับเอาลูกไก่ทั้งเจ็ดไปอยู่บนฟากฟ้ามีแสงระยิบระยับเป็นประกาย ประกาศถึงความดีที่มีความรักความสามัคคีของพี่น้องทั้งเจ็ดนั่นเอง
เด็กๆ มักได้ฟังนิทานเรื่อง " ดาวลูกไก่" อยู่เสมอเมื่อมองฟากฟ้ายามปราศจากเมฆฝน ก็จะเห็นดาวลูกไก่ดวงเล็กๆ ที่อยู่กันเป็นกลุ่มส่องแสงระยิบระยับน่าเอ็นดู และมีความเชื่อว่าลูกไก่สละชีวิตตามแม่ไก่ไป
0/5000
จาก: -
เป็น: -
ผลลัพธ์ (ไทย) 1: [สำเนา]
คัดลอก!
นิทานพื้นบ้านไทยเรื่องดาวลูกไก่ที่ชายป่าแห่งหนึ่งไม่ไกลจากเชิงเขาตากับยายปลูกกระท่อมอาศัยอยู่กันตามลำพังมีอาชีพเก็บผักและของป่าไปขายพอเลี้ยงชีพได้ตากับยายเลี้ยงไก่ไว้ตัวหนึ่งต่อมาแม่ไก่ออกไข่และฟักออกมาเป็นลุกน้อย ๆ น่ารักถึงเจ็ดตัวทุกเช้าแม่ไก่จะร้องกุ๊ก ๆ เรียกลูกออกไปหากินสอนให้คุ้ยเขี่ยอาหารและแมลงเล็ก ๆ ตามพื้นดินบางวันยายก็จะโปรยข้าวสุกเหลือ ๆ จากก้นหม้อให้กินด้วยแม่ไก่กับลูกๆทั้งเจ็ดมีความสุขมากและรู้สึกกตัญญูต่อตายายที่เลี้ยงดูพวกตนอย่างเมตตาส่วนตากับยายนั้นก็เฝ้าดูแม่ไก่และลูกเจี๊ยบน้อยที่คลอเคลียตามแม่ไม่ยอมห่างด้วยความเอ็นดู เจ้ายายตั้งชื่อลูกเจี๊ยบตัวเล็กที่สุดว่า "จิ๋ว"ยายพูด "ดูเจ้าจิ๋วสิตาท่าทางมันขี้อ้อนแม่มันน่าดู"วันหนึ่งขณะที่แม่ไก่พาลูก ๆ คุ้ยเขี่ยหากินอยู่ที่ลานดินหน้ากระท่อมแม่ไก่รู้สึกมีเงาดำทะมึนแผ่กว้างอยู่บนฟ้าแม่ไก่ตกใจรีบส่งเสียงเรียกลูกมาใกล้ ๆ แต่ลูก ๆ ก็ไม่ได้ยินแม่ไก่แหงนหน้าขึ้นมองก็เห็นเหยี่ยวตัวใหญ่กำลังถลาร่อนลงมาจะโฉบเอาเจ้าจิ๋วลูกรัก"โอ...แย่แล้ว...กุ๊กๆ ๆ เจ้าจิ๋วลูกรักวิ่งหนีไปเร็ ๆ ลูก ๆ วิ่งเร็วๆ"แม่วิ่งผวาไปหาลูกแล้วกางปีกป้องกันลูกรักเรียกลูกมาซุกใต้ปีกของตัวแล้วพาวิ่งไปหมอบที่กอไผ่อย่างรวดเร็วตากับยายได้ยินเสียงลูกไก่ร้องจึงรีบวิ่งออกมาช่วยไล่เหยี่ยวบินหนีไปแม่ไก่และลูก ๆ จึงปลอดภัยและยิ่งรักตากับยายมากขึ้นเย็นวันหนึ่งมีพระธุดงค์มาปักกลดอยู่ริมเชิงเขาตากับยายจึงเข้าไปนมัสการและตั้งใจว่าจะทำอาหารไปถวายพรุ่งนี้แต่เมื่อค้นดูเสบียงอาหารในครัวก็ไม่มีอะไรเหลืออยู่เลยตากับยายสงสารพระมากเกรงว่าจะอดอาหารเพราะในละแวกนี้มีบ้านของตนเพียงหลังเดียวจึงปรึกษากันว่าอาจจะต้องฆ่าแม่ไก่แล้วทำอาหารถวายพระทั้งตาและยายรู้สึกเศร้าใจมากด้วยความรักและสงสารแม่ไก่และลูกเจี๊ยบต้องกลายเป็นลูกไก่กำพร้าบังเอิญแม่ไก่แอบได้ยินตากับยายปรึกษากันจึงตัดสินใจยอมสละชีวิตเพื่อตอบแทนบุญคุณของตากับยายแม่ไก่เรียกลูก ๆ มาเล่าเรื่องให้ฟังและสั่งสอนให้รักกันอย่าทะเลาะกันเจ้าจิ๋วลูกสุดท้องอย่ากวนใจพี่มากนักอย่าขี้อ้อนงอแง"จำไว้นะลูก ๆ ต้องรักกันสามัคคีกันอย่าทำให้ตากับยายร้อนใจ"ฮือ ๆ หนูจะอยู่กับแม่หนูคิดถึงแม่แม่อย่าทิ้งลูกๆไปนะจ๊ะ" ลูกไก่ร้องไห้รำพันอย่างน่าสงสารทุกตัวต่างกอดซุกอยู่กับอกแม่เป็นครั้งสุดท้ายเช้ามืดวันรุ่งขึ้นเมื่อตากับยายก่อไฟเตรียมประกอบอาหารทันใดนั้นตากับยายก็ต้องตกตะลึงจนร้องไม่ออกเมื่อเห็นลูกไก่ทั้งเจ็ดตัววิ่งตามกันกระโดดเข้ากองไฟด้วยความรักแม่ไก่ เทวดานางฟ้าผู้พิทักษ์ความดีต่างก็ซาบซึ้งในความกตัญญูของแม่ไก่และลูกไก่จึงรับเอาลูกไก่ทั้งเจ็ดไปอยู่บนฟากฟ้ามีแสงระยิบระยับเป็นประกายประกาศถึงความดีที่มีความรักความสามัคคีของพี่น้องทั้งเจ็ดนั่นเองเด็ก ๆ มักได้ฟังนิทานเรื่อง "ดาวลูกไก่" อยู่เสมอเมื่อมองฟากฟ้ายามปราศจากเมฆฝนก็จะเห็นดาวลูกไก่ดวงเล็ก ๆ ที่อยู่กันเป็นกลุ่มส่องแสงระยิบระยับน่าเอ็นดูและมีความเชื่อว่าลูกไก่สละชีวิตตามแม่ไก่ไป
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (ไทย) 2:[สำเนา]
คัดลอก!
นิทานพื้นบ้านไทย
เรื่อง ดาวลูกไก่
ที่ชายป่าแห่งหนึ่ง ไม่ไกลจากเชิงเขา ตากับยายปลูกกระท่อมอาศัยอยู่กันตามลำพัง มีอาชีพเก็บผักและของป่าไปขายพอเลี้ยงชีพได้ ตากับยายเลี้ยงไก่ไว้ตัวหนึ่ง ต่อมาแม่ไก่ออกไข่และฟักออกมาเป็นลุกน้อยๆ น่ารักถึงเจ็ดตัว ทุกเช้าแม่ไก่จะร้องกุ๊กๆ เรียกลูกออกไปหากิน สอนให้คุ้ยเขี่ยอาหารและแมลงเล็กๆ ตามพื้นดิน บางวันยายก็จะโปรยข้าวสุกเหลือๆ จากก้นหม้อให้กินด้วย แม่ไก่กับลูกๆทั้งเจ็ดมีความสุขมาก และรู้สึกกตัญญูต่อตายายที่เลี้ยงดูพวกตนอย่างเมตตา ส่วนตากับยายนั้นก็เฝ้าดูแม่ไก่และลูกเจี๊ยบน้อยที่คลอเคลียตามแม่ไม่ยอมห่างด้วยความเอ็นดู


ยายตั้งชื่อลูกเจี๊ยบตัวเล็กที่สุดว่า เจ้า "จิ๋ว"
"ดูเจ้าจิ๋วสิตา ท่าทางมันขี้อ้อนแม่มันน่าดู" ยายพูด
วันหนึ่งขณะที่แม่ไก่พาลูกๆ คุ้ยเขี่ยหากินอยู่ที่ลานดินหน้ากระท่อม แม่ไก่รู้สึกมีเงาดำทะมึนแผ่กว้างอยู่บนฟ้า แม่ไก่ตกใจรีบส่งเสียงเรียกลูกมาใกล้ๆ แต่ลูกๆ ก็ไม่ได้ยิน แม่ไก่แหงนหน้าขึ้นมองก็เห็นเหยี่ยวตัวใหญ่กำลังถลาร่อนลงมาจะโฉบเอาเจ้าจิ๋วลูกรัก
"โอ..แย่แล้ว...กุ๊กๆๆ เจ้าจิ๋วลูกรักวิ่งหนีไปเร็ๆ ลูกๆ วิ่งเร็วๆ" แม่วิ่งผวาไปหาลูก แล้วกางปีกป้องกันลูกรัก เรียกลูกมาซุกใต้ปีกของตัวแล้วพาวิ่งไปหมอบที่กอไผ่อย่างรวดเร็ว ตากับยายได้ยินเสียงลูกไก่ร้องจึงรีบวิ่งออกมาช่วยไล่เหยี่ยวบินหนีไป แม่ไก่และลูกๆ จึงปลอดภัยและยิ่งรักตากับยายมากขึ้น







เย็นวันหนึ่งมีพระธุดงค์มาปักกลดอยู่ริมเชิงเขา ตากับยายจึงเข้าไปนมัสการ และตั้งใจว่าจะทำอาหารไปถวายพรุ่งนี้ แต่เมื่อค้นดูเสบียงอาหาร ในครัวก็ไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย ตากับยายสงสารพระมากเกรงว่าจะอดอาหาร เพราะในละแวกนี้มีบ้านของตนเพียงหลังเดียว จึงปรึกษากันว่าอาจจะต้องฆ่าแม่ไก่แล้วทำอาหารถวายพระ ทั้งตาและยายรู้สึกเศร้าใจมากด้วยความรักและสงสารแม่ไก่และลูกเจี๊ยบต้องกลายเป็นลูกไก่กำพร้า บังเอิญแม่ไก่แอบได้ยินตากับยายปรึกษากัน จึงตัดสินใจยอมสละชีวิตเพื่อตอบแทนบุญคุณของตากับยาย แม่ไก่เรียกลูกๆ มาเล่าเรื่องให้ฟัง และสั่งสอนให้รักกันอย่าทะเลาะกัน เจ้าจิ๋วลูกสุดท้องอย่ากวนใจพี่มากนัก อย่าขี้อ้อนงอแง
"จำไว้นะลูกๆ ต้องรักกัน สามัคคีกัน อย่าทำให้ตากับยายร้อนใจ

"ฮือๆ หนูจะอยู่กับแม่ หนูคิดถึงแม่ แม่อย่าทิ้งลูกๆไปนะจ๊ะ" ลูกไก่ร้องไห้รำพันอย่างน่าสงสาร ทุกตัวต่างกอดซุกอยู่กับอกแม่เป็นครั้งสุดท้าย
เช้ามืดวันรุ่งขึ้น เมื่อตากับยายก่อไฟเตรียมประกอบอาหาร ทันใดนั้นตากับยายก็ต้องตกตะลึงจนร้องไม่ออก เมื่อเห็นลูกไก่ทั้งเจ็ดตัววิ่งตามกันกระโดดเข้ากองไฟด้วยความรักแม่ไก่







เทวดานางฟ้าผู้พิทักษ์ความดี ต่างก็ซาบซึ้งในความกตัญญูของแม่ไก่และลูกไก่ จึงรับเอาลูกไก่ทั้งเจ็ดไปอยู่บนฟากฟ้ามีแสงระยิบระยับเป็นประกาย ประกาศถึงความดีที่มีความรักความสามัคคีของพี่น้องทั้งเจ็ดนั่นเอง
เด็กๆ มักได้ฟังนิทานเรื่อง " ดาวลูกไก่" อยู่เสมอเมื่อมองฟากฟ้ายามปราศจากเมฆฝน ก็จะเห็นดาวลูกไก่ดวงเล็กๆ ที่อยู่กันเป็นกลุ่มส่องแสงระยิบระยับน่าเอ็นดู และมีความเชื่อว่าลูกไก่สละชีวิตตามแม่ไก่ไป
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (ไทย) 3:[สำเนา]
คัดลอก!
นิทานพื้นบ้านไทย

ตามมาตรฐานเรื่องดาวลูกไก่ที่ชายป่าแห่งหนึ่งไม่ไกลจากเชิงเขาตากับยายปลูกกระท่อมอาศัยอยู่กันตามลำพังมีอาชีพเก็บผักและของป่าไปขายพอเลี้ยงชีพได้ตากับยายเลี้ยงไก่ไว้ตัวหนึ่งต่อมาแม่ไก่ออกไข่และฟักออกมาเป็นลุกน้อยๆทุกเช้าแม่ไก่จะร้องกุ๊กๆเรียกลูกออกไปหากินสอนให้คุ้ยเขี่ยอาหารและแมลงเล็กๆตามพื้นดินบางวันยายก็จะโปรยข้าวสุกเหลือๆจากก้นหม้อให้กินด้วยแม่ไก่กับลูกๆทั้งเจ็ดมีความสุขมากส่วนตากับยายนั้นก็เฝ้าดูแม่ไก่และลูกเจี๊ยบน้อยที่คลอเคลียตามแม่ไม่ยอมห่างด้วยความเอ็นดู


ยายตั้งชื่อลูกเจี๊ยบตัวเล็กที่สุดว่าเจ้า"จิ๋ว"สัญลักษณ์
"ดูเจ้าจิ๋วสิตาท่าทางมันขี้อ้อนแม่มันน่าดู"ยายพูด
วันหนึ่งขณะที่แม่ไก่พาลูกๆคุ้ยเขี่ยหากินอยู่ที่ลานดินหน้ากระท่อมแม่ไก่รู้สึกมีเงาดำทะมึนแผ่กว้างอยู่บนฟ้าแม่ไก่ตกใจรีบส่งเสียงเรียกลูกมาใกล้ๆแต่ลูกๆก็ไม่ได้ยิน"โอ..แย่แล้ว...กุ๊กๆๆเจ้าจิ๋วลูกรักวิ่งหนีไปเร็ๆลูกๆวิ่งเร็วๆ"แม่วิ่งผวาไปหาลูกแล้วกางปีกป้องกันลูกรักเรียกลูกมาซุกใต้ปีกของตัวแล้วพาวิ่งไปหมอบที่กอไผ่อย่างรวดเร็วแม่ไก่และลูกๆ จึงปลอดภัยและยิ่งรักตากับยายมากขึ้น
ตามมาตรฐาน






เย็นวันหนึ่งมีพระธุดงค์มาปักกลดอยู่ริมเชิงเขาตากับยายจึงเข้าไปนมัสการและตั้งใจว่าจะทำอาหารไปถวายพรุ่งนี้แต่เมื่อค้นดูเสบียงอาหารในครัวก็ไม่มีอะไรเหลืออยู่เลยตากับยายสงสารพระมากเกรงว่าจะอดอาหารจึงปรึกษากันว่าอาจจะต้องฆ่าแม่ไก่แล้วทำอาหารถวายพระทั้งตาและยายรู้สึกเศร้าใจมากด้วยความรักและสงสารแม่ไก่และลูกเจี๊ยบต้องกลายเป็นลูกไก่กำพร้าบังเอิญแม่ไก่แอบได้ยินตากับยายปรึกษากันแม่ไก่เรียกลูกๆมาเล่าเรื่องให้ฟังและสั่งสอนให้รักกันอย่าทะเลาะกันเจ้าจิ๋วลูกสุดท้องอย่ากวนใจพี่มากนักอย่าขี้อ้อนงอแง
ตามมาตรฐาน"จำไว้นะลูกๆต้องรักกันสามัคคีกัน อย่าทำให้ตากับยายร้อนใจ

"ฮือๆหนูจะอยู่กับแม่หนูคิดถึงแม่แม่อย่าทิ้งลูกๆไปนะจ๊ะ"ลูกไก่ร้องไห้รำพันอย่างน่าสงสารทุกตัวต่างกอดซุกอยู่กับอกแม่เป็นครั้งสุดท้าย
เช้ามืดวันรุ่งขึ้นเมื่อตากับยายก่อไฟเตรียมประกอบอาหารทันใดนั้นตากับยายก็ต้องตกตะลึงจนร้องไม่ออก เมื่อเห็นลูกไก่ทั้งเจ็ดตัววิ่งตามกันกระโดดเข้ากองไฟด้วยความรักแม่ไก่







เทวดานางฟ้าผู้พิทักษ์ความดีต่างก็ซาบซึ้งในความกตัญญูของแม่ไก่และลูกไก่จึงรับเอาลูกไก่ทั้งเจ็ดไปอยู่บนฟากฟ้ามีแสงระยิบระยับเป็นประกายประกาศถึงความดีที่มีความรักความสามัคคีของพี่น้องทั้งเจ็ดนั่นเอง
ตามมาตรฐานเด็กๆมักได้ฟังนิทานเรื่อง"ดาวลูกไก่"อยู่เสมอเมื่อมองฟากฟ้ายามปราศจากเมฆฝนก็จะเห็นดาวลูกไก่ดวงเล็กๆที่อยู่กันเป็นกลุ่มส่องแสงระยิบระยับน่าเอ็นดูและมีความเชื่อว่าลูกไก่สละชีวิตตามแม่ไก่ไป
การแปล กรุณารอสักครู่..
 
ภาษาอื่น ๆ
การสนับสนุนเครื่องมือแปลภาษา: กรีก, กันนาดา, กาลิเชียน, คลิงออน, คอร์สิกา, คาซัค, คาตาลัน, คินยารวันดา, คีร์กิซ, คุชราต, จอร์เจีย, จีน, จีนดั้งเดิม, ชวา, ชิเชวา, ซามัว, ซีบัวโน, ซุนดา, ซูลู, ญี่ปุ่น, ดัตช์, ตรวจหาภาษา, ตุรกี, ทมิฬ, ทาจิก, ทาทาร์, นอร์เวย์, บอสเนีย, บัลแกเรีย, บาสก์, ปัญจาป, ฝรั่งเศส, พาชตู, ฟริเชียน, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์, ภาษาอินโดนีเซี, มองโกเลีย, มัลทีส, มาซีโดเนีย, มาราฐี, มาลากาซี, มาลายาลัม, มาเลย์, ม้ง, ยิดดิช, ยูเครน, รัสเซีย, ละติน, ลักเซมเบิร์ก, ลัตเวีย, ลาว, ลิทัวเนีย, สวาฮิลี, สวีเดน, สิงหล, สินธี, สเปน, สโลวัก, สโลวีเนีย, อังกฤษ, อัมฮาริก, อาร์เซอร์ไบจัน, อาร์เมเนีย, อาหรับ, อิกโบ, อิตาลี, อุยกูร์, อุสเบกิสถาน, อูรดู, ฮังการี, ฮัวซา, ฮาวาย, ฮินดี, ฮีบรู, เกลิกสกอต, เกาหลี, เขมร, เคิร์ด, เช็ก, เซอร์เบียน, เซโซโท, เดนมาร์ก, เตลูกู, เติร์กเมน, เนปาล, เบงกอล, เบลารุส, เปอร์เซีย, เมารี, เมียนมา (พม่า), เยอรมัน, เวลส์, เวียดนาม, เอสเปอแรนโต, เอสโทเนีย, เฮติครีโอล, แอฟริกา, แอลเบเนีย, โคซา, โครเอเชีย, โชนา, โซมาลี, โปรตุเกส, โปแลนด์, โยรูบา, โรมาเนีย, โอเดีย (โอริยา), ไทย, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, การแปลภาษา.

Copyright ©2026 I Love Translation. All reserved.

E-mail: